จังหวัดสุพรรณบุรี
สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดสุพรรณบุรีโรงแรม ที่พัก รีสอร์ท จังหวัดสุพรรณบุรีร้านอาหารในจังหวัดสุพรรณบุรีรวมแผนที่จังหวัดสุพรรณบุรีการเดินทางสู่จังหวัดสุพรรณบุรีเรื่องอื่นๆที่น่าสนใจในจังหวัดสุพรรณบุรีรวมภาพถ่ายจังหวัดสุพรรณบุรี
นิทานเมืองสุพรรณ
นิทาน ย่างนกเขา กับโรคห่าเมืองอู่ทอง
   กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ยังมีชายสองคนเดินทางเพื่อไปเรียนวิชาอาคม ชายหนึ่งนามว่า อู่ และอีกชายนามว่า นก ทั้งสองมาพบกันในป่าใหญ่รู้สึกถูกชะตากันจึงได้สาบานเป็นเพื่อนตาย และร่วมเดินทาง ได้พบฤษีผู้มีฤิทธิ์เก่งกล้าและได้ขอเป็นศิษย์ของท่านฤษี ส่วนท่านฤษีเมื่อรับชายทั้งสองมาเป็นศิษย์ก็ได้รู้ว่านายอู่เป็นคนไม่ซื่อ เห็นแก่ตัวส่วนนายนกเป็นคนซื่อ



วันที่ชายทั้งสองเรียนสำเร็จ ท่านฤษีจึงเรียกทั้งสองมา และบอกให้ทั้งสองรักและช่วยเหลือกัน แล้วทั้งสองก็กราบลาท่านฤษี ระหว่างทางพบบ่อสีทองเหลืองอร่าม ทั้งสองจึงหาไม้ไผ่มาทำบันไดนายอู่ปีนลงไปก่อน พอขึ้นมาผิวตัวของนายอู่ก็มีสีหลืองทองสวยอร่ามดุจเทวดา ส่วนนายนกก็ปีนลงในบ่อบ้าง แต่ด้วยความเห็นแก่ตัวของนายอู่จึงดึงบันไดขึ้น นายนกไม่สามารถขึ้นจากบ่อได้และจมตายอยู่ที่ก้นบ่อนั้น ส่วนนายอู่ก็เดินทางต่อมาจนถึงเมืองหนึ่ง ชาวเมืองเห็นกายนายอู่มีสีดุจเทวดา ก็พา่กันเชิญนายอู่ให้ครองเมือง เรียกนามว่า ท้าวอู่ทอง  ส่วนท่านฤษีจับยามสามตาก็รู้ว่านายนกได้เสียชีวิตแล้ว จึงเดินทางมายังบ่อทองและกล่าวกับวิญญานนายนกว่าจะช่วยให้นายนกฟื้นและถามนายนกว่า อยากเกิดเป็นอะไร นายนกจึงขอให้เขาเกิดเป็น ตัวห่า จะได้แก้แค้นเพื่อนทรยศ ท่านฤษีได้ฟังก็รู้สึกเสียใจ ก็เลยตั้งข้อแม้ว่าจะเดินได้เหมือน ย่างนกเขา ที่ค่อยๆย่างไปได้ช้ามาก แต่ผีห่านกก็ไม่ละความพยายาม ใช้เวลาหลายปีจนมาถึงเมืองอู่ทอง และด้วยอำนาจของฤิทธิ์ห่าทำให้ผู้คนล้มตายกันมากมาย ส่วนท้าวอู่ทองก็หนีไปยังเมืองอยุธยา ผีห่านกก็ยังตามไป แต่เทวดาที่ดูแลเมืองอยุธยาออกมาห้ามปรามไว้ เรื่องความแค้นของนายนกกับนายอู่จึงจบลงแค่ตรงนี้


โบราณกาลนานมาเขาว่ามี  เรื่องราวที่เกี่ยวข้อง อู่ทอง สถาน

กล่าวถึงชายสองคนด้นพนานต์ ก็เพื่อการหาวิชาศึกษาไกล

ชายชื่อ อู่ อยู่เขตขัณฑ์ตะวันออก ชายชื่อ นก นั้นเขาเนาทิศใต้

มาพบกันระหว่างทางกลางพงไพร เกิดปราศรัยใฝ่จิตเป็นมิตรกัน

ครั้งถามไถ่ความกันดูก็รู้ว่า มาเดินป่าด้วยเจตนามั่น

หวังเล่าเรียนเพียรหาวิชาอัน จะสร้างสรรค์เสริมตนสู่ผลดี

ร่วมเดินทางกลางพนามาจนถึง กระท่อมซึ่งเป็นเคหาตาฤาษี

ทั้งสองน้อมยอมเป็นศิษย์พระมุรี ฝึกวิธียุทธการไม่คร้านเรียน

ปรนนิบัติถากเหนื่อยยากสู้ รับใช้ครูหลวงตาไม่พาเหียร

คอยเก็บผักหัดฝืนกลางคืนเพียร อบรมเรียนลอกวิชาอาจารย์ไป

ระหว่างศิษย์สองมาศึกษาอยู่  หลวงตาดูสันดารศิษย์อย่างชิดใกล้

เห็นว่าอู่ไม่สู้ชื่อถือคำใคร ไม่จริงใจเหมือนคำจำนรรจา

ส่วนนายนกตกที่นั่งเชื่อฟังง่าย รักสหายทั้งสมัครรักศึกษา

อดทนดีกว่านายอู่เฝ้าดูมา ไม่เลิกราถ้าทำได้ไม่เสร็จการ

สองฝึกเวทมนต์คาถาสารพัด จนเจนจบจัดแผนกรู้แตกฉาน

แสวงศิลป์สืบมามิช้านาน หลวงตาท่านเรียกสหายสองชายมา

แล้วจึงว่าตาจะแจ้งแถลงไข ถึงสมัยควรลา ลับกลับเคหา

เจ้าทั้งสองครองฤทธิ์วิทยา จากหลวงตาสองให้ได้ผลดี

ขอจงนำส่ำวิชาที่ตาสอน คืนนครเจ้าเถิดประเสริฐศรี

บำรุงย่านบ้านเมืองรุ่งเรืองทวี ให้สมที่ได้มาสึกษากัน

ขอทั้งสองครองรักสมัครสมาน ตลอดกาลอย่างรังเกียจคิดเดียดฉันท์

แน่วอำนวยช่วยเหลือเกื้อกูลครัน สมัครมั่นสามัคคีอย่างมีคลาย

สองคำนับรับวาจาหลวงตาแล้ว ต้องจากแถวถิ่นอาศัยแล้วใจหาย

คิดถึงเหย้าเศร้าหมองทั้งสองชาย รับผนผายบุปฝ่าพนารัญ

แล้วหมายมุ่งทุ่งกว้างระหว่างไศล มีบ่อใหญ่มหึมาข้างหน้านั่น

ทั้งสองชิงวิ่งกรูไปดูกัน ในบ่อนั้นมีน้ำทองส่องต้องตา

เป็นประกายพรายพราวแววแวววับ ระยิบระยับแสงทองขึ้นส่องหน้า

ทั้งสองชายเชื่อพลันด้วยปัญญา บ่อสุวรรณอันหลวงตาเล่ามาแล้ว

หากผู้ใดได้ลงสรงน้ำนั้น กายจะพลันเป็นทองแสนผ่องแผ้ว

ทั้งสองมิตรคิดงานไปตามแนว อยากเพลิดแพร้วผิวผ่องดั่งทองทา

แล้วปรึกษาหาทางอย่างไรหนอ จะลงบ่อลึกชันลูกนั้นหนา

คิดสำเร็จแล้วพรันมิทันช้า ทั้งสองผาเข้าไปตัดไผ่กอ

เลือกไผ่งามสามสี่ลำทำพะอง แล้วหย่อนรงลงไปถึงในบ่อ

ข้างนายอู่รู้ทีไม่รีรอ ไต่พะองค์ลงลอยคอในบ่อทอง

อัศจรรย์พลันสู่นายอู่แล้ว ทองวาบแววจับกายจนพรายผ่อง

งามราวกับเทวดาเมื่อครามอง เพราะกายของอู่นั้นสุวรรณวาว

แสนปลื้มใจไต่พระองค์ตรงขึ้นมา สมปรารถนาเอิบอิ่มยิ้มฟันขาว

ฝ่ายนายนกตกใจนัยน์ตาพราว นึกว่าท้าวเทพไทในชั้นฟ้า

ครั้งไถ่ถามความดูจึงรู้แจ้ง ค่อยคลายแคลงความหวาดกลับปรารถนา

จะชุบการเหมือนนายอู่ผู้เพื่อยา รีบถลาไต่ลงพระองพลัน

ฝ่ายนายอู่รู้มากไม่อยากให้ นายนกได้เอี่ยมสำอางคอย่างตนนั่น

กายเป็นทองทั้งสองคนผลของมัน ไม่เหมาครันฉันต้องทองคนเดียว

คิดสำเร็จแล้วพลันถลาเข้า กระชากเอาพะองคกลับโดยฉับเฉียว

ทิ้งนายนกตกน้ำทองสยองเทียว ดิ้นประเดี๋ยวนกก็ดับลับลมปราณ

นายอู่นี้ดีใจใครจะเหมือน พิฆาตเพื่อนร่วมรักสมัครสมาน

เคยร่วมฝึกศึกษาร่วมอาจารย์ ไม่สะท้านสะเทือนจิตถึงมิตรตัว

รีบเดินลัดตัดตรงจาดดงดิบ เบื้องหน้าลิบลิบดูเป็นหมู่ทั่ว

เมื่ออะไรใหญ่ไม่หยอกในหมอกมัว พอใกล้ตัวเมืองพลันตะวันวาม

ประชาชนคนอยู่ในหมู่นั้น ก็พากันรุมรอบทั้งสอบถาม

เห็นนายอู่ผู้นี้สีกายงาม เชื่อกันตามประเพณีมีบุญญา

บังเอิญในเมืองนี้ไม่มีกษัตริย์ จึงรวบรัดเอาตัวเป็นหัวหน้า

เรียกว่า ท้าวอู่ทอง ครองพารา นาม อู่ทอง สืบมาแต่ครานั้น

ขอกล่าวถึงพระมุนีที่สหาย ทั้งสองชายเคยอาศัยกลางไพรสัณฑ์

นับแต่สองศิษย์พรากต้องจากกัน ล่วงมาวันหนึ่งไซร้ให้ลางมี

นอนไม่หลับกระสับกระส่ายวุ่นวายหวาม จึงจับยามสามตลบก็พบผี

นายนกตกบ่อทองชีพต้องลี้ สมควรที่ตัวกูได้กู้ชนม์

ครั้งรุ่งแจ้งแสงทองส่องสว่าง ฤาษีเฒ่าเหย่าหยางไปกลางหน

ครั้งถึงบ่อก็นิมิฝตเป็นศิษย์ตน จนอยู่ก้นบ่อทองสยองกระไร

จึงโอมอ่านคาถาดีถามปีศาจ เจ้าหมายมาดมีชีวิตชนิดไหน

ตาจะชุบชีพเจ้าดั่งเจ้าหวังใจ ปีศาจใคร่ครวญแล้วแจ้วเจรจา

โอ้หลวงตาข้าขอสักข้อเถิด ขอให้ข้าได้เกิดเป็นตัวห่า

จะแก้เผ็ดเจ้าอู่สมอุรา เพราะตัวข้าเคืองแค้นมาแสนนาน

จะขอปลิดชีวิตสหายผู้หลายเล่ห์ สมคะเนข้าบ้างได้ล้างผลาญ

ทรยศบฏมิตรจิตใจมาร ขอหลวงตาช่วยหลานไว้สักครา

ฤาษีเฒ่าเศร้าใจในคำผี เอ่ยวจีปลอบเศร้าเจ้าหลานว่า

ที่หลานเอ่ยถ้อยคำพร่ำขอตา ขอเป็นห่าก็จะให้ดั่งใจเลย

เมื่อเป็นห่าคราเจ้าจะก้าวย่าง ให้เดินอย่าง ย่างนกเขา นะเจ้าเอ๋ย

จะได้เดินวันละครั้งฟังภิเปรย อย่าเฉยเมยสัญญาตาวางไว้

ฝ่ายเจ้าผีดีใจมิได้คิด ครั้นสมจิตลั่นวจาว่ารับได้

ไม่รู้ทาง ย่างนกเขา นั่นเท่าไหร่ เมื่อรับไปแล้วต้องยึดประพฤติตาม

เพราะด้วยความคั่งแค้นแสนสาหัส ปฏิบัติยากอย่างไรก็ไม่ขาม

วิริยะอุตสาหพยายาม เพื่อล้างความขื่นขมระทมอุรา

หากจะเปรียบเทียบย่างของข้าใหญ่ ย่างนกเขา เล่าก็ไกลกันนักหนา

กว่าจะย่างไปจนถึงซึ่งพารา ก็ล่วงมามากมายเป็นหลายปี

ผีห่านกไม่สะทกสะท้านท่อง ค่อยค่อยย่องทีละก้าวสืบท้าวถี่

วันละครั้งก็ยังลุถึงบุรี ซึ่งเป็นที่ ท้าวอู่ทอง ครอบครองเมือง

ย่างนกเขา เข้าบุรินทร์สิ้นวิตก วิญญาณนกนึกไว้ก็ได้เรื่อง

จักแก้แค้นแทนให้สมอารมณ์เคือง ทั้งนี้เนื่องจากกรรมเพื่อนทำตน

อำนาจหนักศักดิ์สิทธิ์ของฤทธิ์ห่า เข้าแฝงฝ่าแทรกแซงทุกแห่งหน

โรคห่าคลั่งสังหารล้างผลาญคน ในมนฑลอู่ทองก่ายกองกัน

สยดสยองร้องขรมระงมเศร้า ช่วยกันเผาญาติสนิทและมิตรขวัญ

โรคห่าล่าเอาชีวีทุกวี่วัน เผาไม่ทันเหม็นกลบตลบไป

ท้าวอู่ทองครองเข็ญถึงเช่นนี้ จะนึกชั่วตัวนั้นมีก็หาไม่

อาศัยเวทมนต์รักษาชีวาไว้ คิดพาไพร่พรากจากเมืองจร

จึงป่าวร้องก้องหูให้รู้ว่า ถึงเวลาคับขันหนีกันก่อน

อพยพหลบตนเข้าดงดอน เพื่อพ้นร้อนผ่อนเย็นคนเห็นตาม

แล้วขบวนอพยพหนีห่านั้น ก็ด้นดันดิ่งไปในไพรหนาม

เจ้าห่ายก ย่างนกเขา เฝ้าติดตาม ไปด้วยความพยาบาฑอาฆาตมัน

ขบวนพรากจากกรุงแล้วมุ่งเหนือ เหล่าที่เหลือเป็นโรคห่าใกล้อาสัญ

เมืองอู่ทองครองโศกวิโยคครัน เพราะเคราะห็อันผู้อื่นหยิบยื่นมา

เจ้าห่าตามมาอย่าง ย่างนกเขา ครบแล้วคอยจังหวะจะคืบหน้า

ขบวนอพยพต่อไม่รอรา เข้าสู่จุดอยุธยาห่ายังตาม

พระเสื้อเมืองทรงเมืองอันเรืองฤทธิ์ สิงสถิตอยุธยาเหินมาห้าม

ให้ห่าหยุดรุดหน้าพยายาม ล้มเลิกความเคืองแค้นคืนแดนเดิม

ขอยุตินิทานตำนานเก่า ย่างนกเขา เราคงไม่ส่งเสริม

ความอาฆาตคือกรรมคอยซ้ำเติม ให้ฮึกเหิมห่างผลกุศลไกล

เรื่องเดินอย่าง ย่างนกเขา ซึ่งเล่านี้ อาศัยเก่าข้อมีเป็นข้อใหญ่

เที่ยวสอบถามความผู้รู้เรื่องไว้ จากปากได้แจ่มแจ้งหลายแหล่งมา

มิได้คิดประดิษฐ์เติมส่งเสริมเงื่อน ให้คลาดเคลื่อนไปจากตำนานว่า

จะเท็จจริงสิ่งไรไฉนนา อยู่ที่วาจาเขาผู้เล่าไว้

 

..... จบบริบูรณ์ .....

" นิทานย่านสุพรรณ "
โดย สุภร ผลชีวิน ผู้ตรวจการสหกรณ์ สุพรรณบุรี (ปี 2522 - 2526)
 

กลับไปหน้า รวม ตำนาน-นิทาน เมืองสุพรรณ

 

รวม ตำนาน-นิทาน
เมืองสุพรรณ

ขุนช้าง-ขุนแผน
ท่าตาจวง
กำมะเชียร
นิทานบ้านเก้าห้อง
สองพี่น้อง บางแม่หม้าย
บ้านยุ้งทลาย
นิทานบ้านสามชุก
ย่างนกเขา-กับห่าเมืองอู่ทอง
นิทานกระเหรี่ยงตะเพินคี่
ต้นตาลน้อยกว่าเมืองเพชรบุรี
วังตาเพชร
ลายเพชร-พลายบัว
บ้านพลูหลวง
วัดสำปะซิว
เขาชานหมาก
บ้านทึง


 


Last modified: 15/08/14
Copy  Right © 2545

จังหวัดสุพรรณบุรี | สถานที่ท่องเที่ยว | ที่พัก-รีสอร์ท | ร้านอาหาร แผนที่ | การเดินทาง | Other | Suphan Gallery