สง่า มะยุระ

สง่า มะยุระ

 

 

สง่า มะยุระ

สง่า มะยุระ
"ราชาพู่กัน"
ผู้คิดประดิษฐ์พู่กันคนแรกของประเทศไทย

หลายคนคงได้ใช้พู่กันยี่ห้อ "ภู่กัน ของ สง่า มะยุระ" เป็นพู่กันคุณภาพดีเจ้าแรกของประเทศไทยในราคานักเรียน และผู้สร้างตำนานเครื่องมือระบายสีแบรนด์นี้ก็มีเรื่องราวที่เป็นตำนาน จากวัยเด็กแห่งอำเภอศรีประจันต์ สู่นักธุรกิจที่ทั่วประเทศรู้จัก และสุดท้ายบันปลายชีวิตก็อุทิศให้กับสังคม ด้วยการฝากผลงานอันงดงามและทรงคุณค่า ไว้เป็นมรดกของแผ่นดิน

สง่า มะยุระ


สง่า มะยุระ

สง่า มะยุระ เดิมชื่อนายใหม่ มะยุระ เกิดเมื่อวันที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2452 ที่  ตำบลวังยางใหญ่ อำเภอศรีประจันต์ จังหวัดสุพรรณบุรี เป็นบุตรคนโตของ นายเส็ง และนางแหน เริ่มเรียนวิชาสามัญที่โรงเรียนวัดสัปรสเทศ พร้อมกับฝึกวิชาวาดเขียนมาตั้งแต่เด็กกับอาจารย์อู๋ ที่วัดมะนาว อำเภอบางปลาม้า จังหวัดสุพรรณบุรี ช่วงอายุ 17 ปี นายสง่า เริ่มขายภาพได้เป็นครั้งแรก ภาพแรกที่ขายได้เพราะมีคนมาจ้างพระอาจารย์อู๋วาด แต่พระอาจารย์เชื่อฝีมือนายสง่า จึงมอบงานนี้ให้วาด ได้ค่าจ้างวาดหกสลึง จากนั้นท่านก็เขียนภาพขายเล็กๆน้อยๆ เช่น ภาพเจว็ดที่ไว้ตามศาลเจ้า ราคาขายภาพละประมาณ 1 บาท อาจารย์อู๋ท่านยังสอนวิชาลูกคิดให้ด้วย และบอกว่าอาจจะได้ใช้ประโยชน์ในภายหน้า ครั้นคุณสง่าประกอบอาชีพค้าขาย จึงทราบว่ามีประโยชน์มาก

ต่อมาคุณสง่าได้รู้จักกับท่านปลัดหรุ่น เจ้าอาวาสวัดเสาธงทอง ท่านเลยฝากคุณสง่ากับอาจารย์ม้วน วัดสุวรรณารามในคลองบางกอกน้อย จังหวัดธนบุรี และได้เรียนวาดเขียนกับครูสอิ้งที่อยู่ข้างวัดนั้นเอง ต่อมาครูสอิ้งได้พาคุณสง่าไปเขียนลายรดน้ำที่วัดพระเชตุพน (วัดโพธิ์) เขียนหน้าต่างพระวิหาร ขณะนั้นคุณสง่ายังไม่มีรายได้ จึงพยายามอดอาหารกลางวัน และใช้เงินที่มีอยู่วันละ 3 สตางค์ ค่าน้ำแข็ง 1 สตางค์ เช้าเย็นรับข้าววัด เพราะกลัวว่าเงินที่นำติดตัวมาเพียง 50 บาทจะหมด

สง่า มะยุระ ได้รู้จักกับหลวงเจนจิตรยง ช่างเขียนอันลือชื่อในสมัยนั้น ท่านชวนให้ไปช่วยเขียนลายบนโถกะยาคู โดยเอาฟักทองมากลึงให้เหมือนโถและจะต้อง ให้เสร็จในวันเดียว มิฉะนั้นฟักทองจะเหี่ยว ทั้งสองท่านช่วยกันเขียนจนเสร็จ หลวงเจนจิตรยงชมฝีมือว่าดี จึงชวนให้ไปช่วยเขียนที่วัดสุวรรณคีรีในคลองบางกอกน้อย โดยมอบหมายให้เขียนลายรดน้ำที่บานประตูหน้าต่างโบสถ์ ตอนนั้นหลวงเจนฯ ท่านชราภาพมาก เมื่อเห็นว่าคุณสง่าทำงานได้ดีจึงมอบหมายให้เขียนทั้งหมด นายสง่าต้องใช้เวลาเขียนถึงสี่เดือนจึงเสร็จ

ต่อมา ได้รับเหมาเขียนพานแว่นฟ้าและตู้พระมาลัยให้นายอู๊ด ช่างหล่อ และส่งขายที่ร้านแถวเสาชิงช้า ระยะนี้ต้องทำงานหนักมาก โดยเริ่มลงมือทำการเขียนตั้งแต่เช้าตลอดไปจนดึกดื่นจึงวางมือ เมื่อเขาอายุครบบวช มารดาจึงจัดการบวชให้ โดยจำพรรษาที่วัดสุวรรณาราม ธนบุรี

ในระยะ ที่บวชสองพรรษานั้น นายสง่าได้มีโอกาสเข้าไปเขียนภาพรามเกียรติ์ที่พระระเบียงวัตพระศรีรัตนศาสดารามโดยมีพระเทวาภินิมมิต (ฉาย เทียมศิลป์ไชย)
เป็นผู้อำนวยการเขียนภาพที่นั่น เขาได้ฝากฝีมือไว้บนผนังพระระเบียงอันเป็นที่ยกย่องกันมาก หลังจากลาสิกขาแล้วก็มาตั้งร้านขายเครื่องดื่มที่หลังโรงพยาบาล ศิริราช โดยให้บิดาเป็นผู้ขาย ส่วนตนเองไปทำงานประจำที่ร้านคณะช่าง อันเป็นร้านช่างเขียนรับงานเขียนต่าง ๆ และทำบล็อกด้วย ทำงานอยู่ร้านคณะช่างได้ สองปีก็ลาออก และไปทำงานที่โรงพิมพ์บุญครอง

ปี 2479 โดยตอนนั้นเขาอายุเพียง 27 ปี ได้สมรสมีครอบครัวจึงเริ่มทำพู่กันขาย โดยในสมัยนั้นการทำพู่กันในไทยยังไม่เป็นที่แพร่หลายนัก ส่วนใหญ่ถ้าอยากใช้พู่กันดีๆ จะต้องเป็นแบรนด์ที่มาจากต่างประเทศเท่านั้นซึ่งมีราคาค่อนข้างสูง สง่าจึงเกิดความคิดที่จะผลิตพู่กันแบรนด์ไทยขึ้นมา โดยเขามองว่าหากเขียนภาพขายเพียงอย่างเดียวนั้นคงจะไม่พอเลี้ยงครอบครัวให้สุขสบายได้อย่างแน่นอน เขาจึงคิดอยากทำธุรกิจเล็กๆ ขึ้นมา และเนื่องจากเขาเป็นคนมีพรสวรรค์ด้านช่างเขียนอยู่แล้ว บวกกับเคยได้เรียนรู้วิธีทำพู่กันใช้เองจากครูบาอาจารย์หลายท่านมาก่อน ทั้งทำจากขนหูวัวและขนไก่มาใส่ในหลอดหรือเสียบกับไม้ จึงเกิดความคิดที่จะทำพู่กันดีๆ เหมือนอย่างเมืองนอกขึ้นมา เพื่อให้ใช้งานง่าย สะดวก และราคาไม่แพง จนเป็นที่นิยมของช่างเขียน และนักเรียนวิชาศิลปะโดยทั่วไป นับได้ว่าเป็นโรงงานทำพู่กันแห่งแรกของเมืองไทย
 

สง่า มะยุระ

สง่า มะยุระ

สง่า มะยุระ ได้เคยร่วมงานเขียนภาพที่พระระเบียงวัดพระศรีรัตนศาสดาราม กับพระเทวาภินิมมิต ซึ่งคุณพระก็ได้ช่วยแก้ไขติชมให้ตลอด เขาจึงมีความเคารพและนับถือคุณพระเป็นครูตลอดมา สมัยต่อมาเมื่อภาพเขียนที่วัดพระแก้วเกิดชำรุดเสียหายมาก แม้ว่าเขาจะชราภาพมากก็ได้มีโอกาสเข้าไปช่วยเขียนซ่อม บางห้องก็เขียนใหม่ทั้งหมดจนสำเร็จ เมื่อคุณสง่า เขียนผนังของท่านเสร็จ ท่านนำเงินค่าเขียนภาพทั้งหมดขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อโดยเสด็จพระราชกุศลตามพระราชอัธยาศัย

สง่า มะยุระ

สง่า มะยุระ

ผลงานของ สง่า มะยุระ มีอยู่หลายแห่ง เช่น ออกแบบลวดลายตกแต่งหน้าบัน ซุ้มประตูหน้าต่างให้พระอุโบสถวัดราชบูรณะ เชิงสะพานพุทธ ซึ่งสร้างขึ้นใหม่ และยังออกแบบให้วัดสัตหีบและวัดกอไผ่ที่อยุธยาเป็นต้น ระยะหลังนี้เขามีฐานะมั่นคงร่ำรวยจากกิจการค้าโรงงานทำพู่กัน เขาจึงช่วยทำงานแก่พระพุทธศาสนา โดยไม่รับเงินค่าจ้างเลย บางครั้งถ้าทางวัดขาดแคลนเงินก็ยังช่วยทำบุญร่วมด้วย

สง่า มะยุระ



สง่า มะยุระ ถึงแก่กรรมวันที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2521 นับเป็นจิตรกรมือฉมังผู้ยึดมั่นในวิชาชีพ และตั้งตัวได้ด้วยความพากเพียร เป็นแรงบันดาลใจ จุดประกายความใฝ่ฝัน ถือเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับคนรุ่นใหม่ต่อไป

เพลงโฆษณา ภู่กัน ของ สง่า มะยุระ

เพลงโฆษณา ภู่กัน ของ สง่า มะยุระ

พู่กัน ตามหลักราชบัณฑิต ต้องใช้ พ.พาน ส่วน ภ.สำเภา คาดว่าน่าจะเกิดจากความคิดสร้างสรรค์ของคุณสง่า มะยุระ ที่ต้องการสร้างเอกลักษณ์ของแบรนด์ตัวเองให้มีความแตกต่าง หรือแท่นพิมพ์อาจจะทำมาผิด สองข้อนี้คงต้องถามคุณสง่าเอานะครับ


ภู่กัน ของ สง่า มะยุระ

สง่า มะยุระ รูป การ์ตูน

 

สถานที่ท่องเที่ยว จังหวัดสุพรรณบุรี

ร้านอาหาร ของกิน จังหวัดสุพรรณบุรี

รีสอร์ท โรงแรม ที่พัก จังหวัดสุพรรณบุรี

ขอขอบคุณที่มาของข้อมูลและภาพ:

http://www.reurnthai.com/index.php?topic=3311.0

https://th.wikipedia.org/wiki/สง่า_มะยุระ

Phra Sithawatchamethi Phamonphon

สถานที่ท่องเที่ยว จังหวัดสุพรรณบุรี ร้านอาหาร ของกิน จังหวัดสุพรรณบุรี รีสอร์ท โรงแรม ที่พัก จังหวัดสุพรรณบุรี home suphanbiz

 

Last modified: 01/09/20

จังหวัดสุพรรณบุรี Suphanburi | สถานที่ท่องเที่ยว | ที่พัก-รีสอร์ท | ร้านอาหาร แผนที่ | การเดินทาง | Other