จังหวัดสุพรรณบุรี
สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดสุพรรณบุรีโรงแรม ที่พัก รีสอร์ท จังหวัดสุพรรณบุรีร้านอาหารในจังหวัดสุพรรณบุรีรวมแผนที่จังหวัดสุพรรณบุรีการเดินทางสู่จังหวัดสุพรรณบุรีเรื่องอื่นๆที่น่าสนใจในจังหวัดสุพรรณบุรีรวมภาพถ่ายจังหวัดสุพรรณบุรี
นิทานเมืองสุพรรณ
นิทาน กำมะเชียร
   กาลครั้งหนึ่ง มีพรานป่าชื่อ ตาสีนน เป็นคนที่มีร่างกายสกปรก เต็มไปด้วยแผล ฝีหนอง เป็นที่รังเกลียดของสาวทั่วไป วันหนึ่งพรานตาสีนน นำไก่ต่อเข้าไปล่อไก่ป่าที่เชิงเขา ได้เห็นสาวงามนางหนึ่งกำลังนั่งปั่นฝ่ายอยู่บนเขา ตาสีนนเกิดความรักในตัวนาง จึงผูกไก่ต่อใว้กับแท่งหิน แล้วแปลงร่างเป็นงูใหญ่หมายเข้าไปใกล้ชิดนาง ด้านสาวนางนั้นเมื่อเห็นงูใหญ่ก็ตกใจ คว้าคองูมากำไว้แน่น แล้วใช้มีดเชือดคองูตัวนั้นถึงแก่ความตาย จึงเรียกที่นั้นว่า กำมาเชือด แล้วเพี้ยนมาเป็น กำมะเชียร



หลังจากหายตกใจนางก็เกิดรู้สึกเสียใจที่ได้ทำร้ายงูตัวนั้น นางจึงใช้มีดตัดนมทั้งสองของตนโยนทิ้งไปกลายเป็น เขานมนาง อยู่คู่กัน นางวิ่งลงจากเขาทางทิศใต้จนถึงเขาอีกลูกหนึ่งนางร้องด้วยความเจ็บปวด จึงเรียกเขานั้นว่า เขานางโอย ส่วนเขาที่นางนั่งปั่นฝ้ายเรียก เขากี่ ส่วนด้านหลังเขากี่ ก็เกิดบึงขนาดใหญ่ จากเลือดของนางและตาสีนน ต่อมากล่าวว่ามีกุ้งปูปลามากมาย แต่มีผู้จับนำไปกินเป็นอาหารก็จะถึงแก่ความตาย หรือไม่ก็เกิดแผลงพุพอง ทรมานยิ่งนัก เลยเป็นที่กล่าวขานถึงความศักดิ์สิทธิ์ไม่มีใครกล้าไปจับสัตว์ในบึงแห่งนี้  ส่วนนางเมื่อฟื้นขึ้นก็เห็นแม่น้ำใหญ่ขวางตรงหน้า ทันใดนั้นก็มีช้างสารตัวใหญ่รับนางไปส่งยังอีกฝากหนึ่ง ชาวบ้านเรียก ท่าช้าง นางก็เดินทางต่อมาจนถึงเขาลูกหนึ่งนางได้สร้างศาล และตัดผม และโกนคิ้วที่เขานั้นเรียก เขานางคิ้ว  นางนั่งเรือล่องตามลำน้ำที่เย็นฉ่ำ หายจากเศร้าหมองเกิดความรู้สึกสดชื่น เรียกที่นั้นว่า ท่านางเริง และขึ้นไปบนเขา เรียกเขาขึ้น พร้อมตั้งจิตขอบวชเป็นแม่ชีตลอดชีวิต ที่วัดไกล้ๆเขานั้น จึงเรียกนามวัดนั้นว่า วัดนางบวช 
เป็นนิทานเล่าต่อๆกันมาโดยมีสถานที่ต่างๆอยู่ในเขต อำเภอเดิมบางนางบวช


นิทานย่านสุพรรณ... กำมะเชียร

ขอประเดิมเริ่มสำหรับลำดับนี้ เป็นเรื่องเมืองสุพรรณบุรีธานีใหญ่
ผมเคยอยู่หลายปีมีกำไร เก็บเรื่องเก่าเขาไว้ไขเสียที
ไปเดิมบางนางบวช เพื่อตรวจงาน
แถวถิ่นบ้านสหกรณ์แล้วนอนที่
กำมะเชียร หมู่บ้านหลักฐานดี 
เอานามนี้ขนานมาเมื่อคราใด
ประหลาดใจให้รำพึงถึงคำนี้ ความหมายนั้นมันมีอยู่ที่ไหน
เป็นคำแปลแขกฝรั่งหรือคำไทย ถามใครๆพร่ำเพรื่อเหลือจะนับ
หวนคะนึงถึงคำ กำมะเชียร เราคงเลียนเสียงฝรั่งทั้งทับศัพท์
คอมเมอเชียล
เรียนฝรั่งกระมังครับ เวลาลับบล่วงเลือนคำเคลื่อนไป
ผมไม่หยุดรุดหน้าค้นคว้าต่อ หาต้นตอเรื่องฝรั่งมีมั่งไหม
ฝรั่งมาขายค้าแต่คราใด  ก็ค้นได้เค้าเงื่อนลางเลือนมา
บังเอิญผมพบเพื่อนเสมือนพี่ ท่านเคยเที่ยวสุพรรณบุรีเคยเล่าว่า
อันนามนี้เมื่อครั้งฟังวาจา ออกจากปากคนชาวสุพรรณบุรี
ว่าครั้งหนึ่งเดิมบางนางบวชนั้น  เคยมีบรรษัทฝรั่งมาตั้งนี่
เกี่ยวกับการทำไม้ในป่านี้ แต่ไม่รู้อยู่ที่ตรงไหนมา
แล้วล้มเลิกราไปไม่เห็นซาก เป็นการยากยิ่งเหลือจะเชื่อว่า
ที่นี่มีเหล่าฝรั่งมาตั้งค้า  มีคำว่า คอมเมอเชียล แล้วเพี้ยนไป
ครั้นสืบได้ดังนี้พอมีเค้า แต่ผู้เฒ่าหลายท่านบ่นกันใหญ่
 ว่าฝรั่งมังค่ามาเมื่อไร ปู่ย่าไม่เคยเล่าให้เรารู้
เห็นมีแต่เรื่องราวของชาวบ้าน เบื้องโบราณนานครันเล่ากันอยู่
 มิใช่เรื่องหยาบคายหมายคิดดู ครั้งย่าปู่ยายตาว่าอย่างนี้
 แล้วผู้เฒ่าเล่าเรื่องแต่เบื้องหลัง ......

สมัยครั้งก่อนสุพรรณบุรีศรี  
จะสร้างสรรค์ขึ้นมาเป็นธานี    ครั้นนั้นมีพรานป่า ตาสีนน
ตลอดกายลายเลอะหนองเปรอะเปื้อน    เป็นขี้เรื้อนกุดถังเนื้อหนังย่น
อยู่โดดเดี่ยวเปลี่ยวตรมระทมทน    เที่ยวดุ่มด้นต่อไก่ในพนา
ขอกล่าวถึงซึ่งนางสำอางโฉม     งามประโลมพาชายหมายทั่วหน้า
บำเพ็ญกุศลกรรมไม่นำพา    กับชายใดที่เข้ามา หมายแอบอิง
ละโลกีย์หนีไปอยู่บนภูเขา    สงบเนาภาวนาศรัทธายิ่ง
บำเพ็ญพรตพรหมจรรย์จนมั่นจริง    ไม่สุงสิงโลลารักษาธรรม์
เมื่อยามว่างท่องบ่นพระมนต์ขลัง    ก็มานั่งกรอไนด้วยใจขยัน
ปั่นฝ้ายสบายดีทุกวี่วัน    คราวเคราะห์นั้นตาสีนนดุ่มด้นมา
อุ้มไก่ต่อล่อไก่ป่าจนมาใกล้    เชิงเขาใหญ่ยลนางสำอางหน้า
แสนขยันปั่นฝ้ายสบายอุรา    สีนนผวาวาบหวามด้วยความรัก
เที่ยวเหลียวหาหลักหินแถวถิ่นใกล้    จะผูกไก่ต่อนี้ไว้ที่หลัก
เห็นแท่งหินแท่งใหญ่ถูกใจนัก    เป็นที่พักผูกไก่เอาไว้พลัน
ลอบพินิศพิศนางไม่วางเนตร    เกิดกิเลสหัวใจรักชักป่วนปั่น
ตาสีนนคนดงหลงนางครัน    นึกหมายมั่นเล้าโลมนางโฉมยง
อัศจรรย์ลั่นสะเทือนหล้า    เกิดมีพระยางูดูพิศวง
เลื้อยขึ้นไปไต่เขาสู่เป้าตรง    หมายเชยชิดนวลอนงค์ไม่รู้ตัว
นางกำลังนั่งสบายปั่นฝ้ายอยู่    เห็นเจ้างูชูยกผงกหัว
อนาถเหลือเนื้อนวลเจ้าจวนตัว    ใจระรัวรบหรี่หนีไม่ทัน
ตกประหม่าคว้าคออสรพิษ    กำไว้มิดมือเน้นเค้นคอมั่น
ตาสีนนเจ็บปวดรวดร้าวครัน    เพราะงูนั้นคือตัวแกต้องแย่ไป
มือนางเน้นเค้นขยำกำมะเชือด    ทะเลเลือดพล่านพลั่งเลอะหลั่งไหล
ตาสีนนก่อร้องเสียงก้องไพร    เจ็บกระไรนางเชือดเลือดกระจาย
จึงเรียกย่านบ้านว่า กำมะเชือด    อาศัยเลือดหลั่งหลามเป็นความหมาย
ที่เรียกคำ กำมะเชียร เปลี่ยนตอนปลาย    แล้วนิยายผู้เฒ่าเล่าต่อมา
ส่วนนวลน้องมองมือที่ถือมีด     สะอื้นร้องก้องกรีดหวีดผวา
เสียดายผลกุศลกรรมเธอทำมา    วาสนานางไม่สมอารมณ์ปอง
มีดตวัดตัดสะบั้นถันสองข้าง    แล้วคว้าขว้างหล่นไปเรียงเคียงคู่สอง
เลือดจากอกไหลพรูอยู่เนืองนอง    นวลละอองอดกลั้นกัดฟันทน
แล้ววิ่งตรงลงจากเขาเต้าทิศใต้    เลือดลามไหลในระหว่างวิ่งกลางหน
ถึงเขาใหญ่ใจแทบขาดอนาถตน    เจ็บเหลือล้นร้องโอยคระโหยคราง
จึงเรียกนามตามอย่าง เขานางโอย    เขาเกิดโดยนมน้องทั้งสองข้าง
ก็เรียกตามนิยม เขานมนาง    ตั้งอยู่กลางทางผ่านตระหง่านดี
ส่วนภูเขาสาวนั้นนั่งปั่นฝ้าย    ในนิยายผู้เฒ่าเรียก เขากี่
หลักผูกไก่
ตาสีนนคนราคี    ปักอยู่ที่หน้าโรงเรียนกำมะเชียรนั้น
หลังเขากี่มีบึงลึกซึ้งกว้าง    โลหิตนางและตาสีนนนั่น
ไหลเป็นน้ำอยู่ในบึงซึ่งปัจจุบัน    อุดมครันกุ้งปลากว่าที่ใด
พรานเบ็ดพรานแหทั้งแก่หนุ่ม    คอยซ่อนซุ่มเสาะล่าเอาปลาใหญ่
ได้ปลาดุกปลาช่อนหาบคอนไป    แล้วต้มแกงแบ่งให้ใครใครกิน
ปรากฏความตามเค้าที่เล่าว่า    กินกุ้งปลามาจากบึงถึงดับสิ้น
ถึงจะทีที่ไม่ตายเมื่อได้กิน    ทั่วทั้งอินทรีย์ฟุเม็ดพุพอง
กลายเป็นโรคกลากเกลื้อนขี้เรื้อนกว้าง    สรรพางค์เหม็นชะมัดแผลกลัดหนอง
เลยโจษจันกันมาไม่กล้าจอง     ถือเป็นของศักดิ์สิทธิ์น่าคิดแท้
ส่วนนางนั้นครั้นฟื้นคืนชีวิต    เลือดที่ไหลหยุดสนิดจากปากแผล
ผวากายลุกขึ้นยืนชะแง้    ก็เห็นแม่น้ำขวางหน้าพลัน
  เกิดอาเพศเหตุการณ์ช้างสารใหญ่    รับนางไปส่งฝั่งเหมือนดังฝัน
จึงชาวบ้านขนานนามเรียกตามกัน    ว่า ท่าช้าง นับแต่นั้นสืบกันมา
นางเหนื่อยยิ่งวิ้งวางมาข้างเขา    บนบานเจ้าขอให้ทรงปลงเกศา
และโกนคิ้วทั้งสองให้น้องยา    ภูเขานั้นจึงเรียกว่า เขาคิ้วนาง
แล้วสร้างศาลแทนตัว หัวเขาใหญ่    ชาวบ้านในถิ่นนั้นช่วยกันสร้าง
สำเร็จแล้วรีบมา จากท่าช้าง    แล้วเดินทางด้วยนาวาเล่องสาคร
เรือลำน้อยลอยมาท่านางเริง    ค่อยบันเทิงหฤทัยไม่ขุ่นข้อน
แล้วขึ้นฝั่งนั่งพักหักทุกข์ร้อน    แดดรอนรอนแล้วจึงเจ้า ขึ้นเขาไป
จึงเรียกนามตามเรื่องเล่าว่า เขาขึ้น    นางเมื่อนมึนหยุดอยู่เป็นครู่ใหญ่
แล้วโฉมยงปลงตกตัดอาลัย    บวชชีในละแวกวัด ด้วยศรัทธา
วัดที่เป็นถิ่นสถานนงคราญผนวช   เรียกนาม วัดนางบวช เหมือนดังว่า
ขอยุตินิทานเก่าซึ่งเล่ามา    เพราะคุณตาผู้เล่าจะเข้านอน
จึงขอจบเรื่องคำ กำมะเชียร    ผมพากเพรียรเขียนจากจุดอนุสรณ์
ความหมายมั่นผันแปลไม่แน่นอน    จึงต้องย้อนเรื่องเก่ามาเข้าความ
ผิดพลาดพลั้งยังไงผมไม่แจ้ง    แต่ศัพท์แสง กำมะเชียร ขอเขียนข้าม
ขอยึดคำ กำมาเชือด เลือดไหลลาม    นิทานตามคนแก่เก่า เล่าก่อนนอน

.............จบแล้วจร้า.............

" นิทานย่านสุพรรณ "
โดย สุภร ผลชีวิน ผู้ตรวจการสหกรณ์ สุพรรณบุรี (ปี 2522 - 2526)

กลับไปหน้า รวม ตำนาน-นิทาน เมืองสุพรรณ


วัดกำมะเชียร อำเภอเดิมบางนางบวช จังหวัดสุพรรณบุรี
วัดกำมะเชียร ปัจจุบัน

เขานมนาง อำเภอเดิมบางนางบวช จังหวัดสุพรรณบุรี
ขานมนาง


วัดนางบวช


นิทานเรื่องตาม่องไล่ (ลาย)
   เดิมมีนางคน ๑ บ้านอยู่ ดอนคา มีผู้มาสู่ขอบิดาฝ่าย ๑ มารดาฝ่าย ๑ ต่างคนต่างบอกให้ลูกสาวแล้วกำหนดจะไปแต่งงานอภิเษกที่เขาพนมเสพ ที่เมืองนครสวรรค์ ไปหยุดทำของเลี้ยง มีขนมจีนเป็นต้นที่เขาแห่งหนึ่ง ครั้นเมื่อปรากฏว่าบิดาให้ข้างหนึ่งมารดาให้ข้างหนึ่งเกิดวิวาทกันขึ้น เขานั้นจึงได้ชื่อว่าเขาวิวาท ภายหลังจึงกลายเป็น เขาพนมวาด ยังมีหมวกขนมจีนและรอยสุนัขปรากฎอยู่ นางนั้นได้ความคับแค้นรำคาญโกรธขึ้นมา จึงได้ตัดนมขว้างไป กลายเป็นเขานมนาง แล้วนางนั้นก็กลับลงมาเห็นน้ำในลำแม่น้ำนี้ใสสะอาดดีก็ลงอาบจึงเรียกว่าน้ำสรง ภายหลังกลายไปเป็น น้ำทรง แล้วนางก็ลงไปทางตำบลเดิมบางแล้วก็ไปบวชเสีย ที่ซึ่งนางบวชนั้นจึงได้ชื่อว่าตำบลนางบวช แขวงสุพรรณบุรี เพราะดอนคาซึ่งเป็นเมืองเดิมนั้นก็อยู่ที่สุพรรณ

   คล้ายๆ นิทานที่เล่าต่อๆกันในหลายจังหวัดที่อยู้ใกล้ชายทะเล อย่าง เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชลบุรี ตราด ชุมพร ชื่อสถานที่ก็จะต่างกันออกไป


บ้านเดิมบาง เดิมเรียกว่า บ้านเดิมนาง แต่นามนางไม่ปรากฏ แล้วนางย้ายไปอยู่ บ้านกำมะเชี่ยน นางทอหูกอยู่บนเขา มีนายศรีนนท์คน ๑ ไปต่อไก่เถื่อน พบนางเข้ามีความรักใคร่พูดจาเกี้ยวพาน นางไม่มีความเสน่หาด้วย นางจึงตัดถันของนางออกจากอกทั้ง ๒ ถัน ขว้างไปทั้งซ้ายและขวา จึงบังเกิดเป็นเขาขึ้น มีนามปรากฏทุกวันนี้เรียกว่า เขานมนาง และหลักต่อไก่ของนายศรีนนท์ก็ยังอยู่ (ดูเหมือนจะเป็นหลักเขตวัด) แต่ข้อที่นางได้ตัดถันนั้นเพื่อประสงค์จะให้สิ้นความสะสวย แต่กระนั้นก็ดีนายศรีนนท์ยังไปรบกวนอยู่เสมอ นางต้องจำหนีไปบวชอยู่เขานางบวช แขวงเมืองสุพรรณซึ่งเรียกต่อมาว่า เขานางบวช จนทุกวันนี้ นายศรีนนท์ก็ยังตามไปรบกวนอยู่เสมอ นางจึงหนีต่อไปจำศีลอยู่แขวงเมืองอ่างทอง เรียกว่า บ้านไผ่จำศีล ต่อมานายศรีนนท์ก็ยังตามไปอีก นางได้หนีไปอยู่ เขาราวเทียน แขวงเมืองนครสวรรค์ นายศรีนนท์ก็ยังตามอยู่ร่ำไป ต่อมานางก็ถึงแก่กรรม นายศรีนนท์ป่วยหนักได้อาราธนาสงฆ์ไปเพื่อจะหาทางภายหน้า แต่สงฆ์มีความรังเกียจไม่ไป เพราะนายศรีนนท์เป็นโรคเรื้อน นายศรีนนท์ตายลง นัยว่านายศรีนนท์ยังมีความอาฆาตสงฆ์ ถ้าสงฆ์รูปใดไปที่ เขาราวเทียน แล้วอาจจะมีเหตุถึงแก่ความมรณภาพตามความดังนี้


..... จบบริบูรณ์ .....

กลับไปหน้า รวม ตำนาน-นิทาน เมืองสุพรรณ

 

รวม ตำนาน-นิทาน
เมืองสุพรรณ

ขุนช้าง-ขุนแผน
ท่าตาจวง
กำมะเชียร
นิทานบ้านเก้าห้อง
สองพี่น้อง บางแม่หม้าย
บ้านยุ้งทลาย
นิทานบ้านสามชุก
ย่างนกเขา-กับห่าเมืองอู่ทอง
นิทานกระเหรี่ยงตะเพินคี่
ต้นตาลน้อยกว่าเมืองเพชรบุรี
วังตาเพชร
ลายเพชร-พลายบัว
บ้านพลูหลวง
วัดสำปะซิว
เขาชานหมาก
บ้านทึง


 


Last modified: 31/08/16
Copy  Right © 2545

จังหวัดสุพรรณบุรี | สถานที่ท่องเที่ยว | ที่พัก-รีสอร์ท | ร้านอาหาร แผนที่ | การเดินทาง | Other | Suphan Gallery