จังหวัดสุพรรณบุรี
สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดสุพรรณบุรีโรงแรม ที่พัก รีสอร์ท จังหวัดสุพรรณบุรีร้านอาหารในจังหวัดสุพรรณบุรีรวมแผนที่จังหวัดสุพรรณบุรีการเดินทางสู่จังหวัดสุพรรณบุรีเรื่องอื่นๆที่น่าสนใจในจังหวัดสุพรรณบุรีรวมภาพถ่ายจังหวัดสุพรรณบุรี
นิทานเมืองสุพรรณ

นิทานบ้านสามชุก
   เมื่อโบราณนานมาแล้วบ้านสามชุกเคยเป็นศูนย์รวมการค้าขายทั้งทางน้ำและทางเกวียน เรียกกันว่าท่ายาง ถึงฤดูแล้งแม่น้ำจะแห้งเป็นบางช่วงตอน ทำให้เรือที่นำสินค้ามาขายเดินทางต่อไปไม่ได้ จึงต้องนำสินค้าขึ้นมารวมกันบนฝั่ง ภาชนะที่ใส่เป็นไม้สาน เรียกว่า กระชุก หรือสามชุก เมื่อมารวมกันมากๆเลยเรียกกันว่า ท่าสามชุก ส่วนตลาดที่นำสินค้าไปขายเรียกว่า สามแพร่ง จากการที่เป็นจุดพบกันสามทางคือทางน้ำจากทางเหนือและทางใต้ส่วนทางตะวันตกเป็นทางเกวียน มาพบกันที่ตลาดสามแพร่ง ต่อมาเพี้ยนเป็น สามเพ็ง ตามสำเนียงของชาวจีนที่อบพยบมายังตลาดแห่งนี้

สามชุก ตลาดร้อยปี

   กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้วมีเศรษฐีเฒ่านาม พันลึก แห่ง บ้านหนองโรง มีลูกสาวนางหนึ่งชื่อว่านางพิม เป็นสาวงามที่พวกหนุ่มๆหมายปอง มีสองหนุ่มที่ต่างก็ต้องการแต่งงานกับสาวพิม หนุ่มคนแรกชื่อสำเภาบ้านอยู่ ชัฎหวาย หนุ่มคนที่สองชื่อ โพทอง บ้านอยู่ สามเพ็ง ทั้งสองต่างให้บิดามาสู่ขอนางพิม ด้านเฒ่าพันลึกตั้งเงื่อนไขว่้า ใครที่ทำทางสูงสองศอกกว้างสามวา มาถึงบ้านตนได้ในเวลาวันกับคืนได้ก็จะยกลูกสาวให้ ถึงวันแข่งขันทั้งสองฝ่ายต่างเร่งสร้างถนนเพื่อให้ถึงบ้านนางพิมก่อนรุ่งสาง ฝ่ายหนุ่มสำเภาแห่งบ้านชัฎหวายทำทางได้รุดหน้ากว่า ส่านทางหนุ่ม โพทองทราบเรื่องจึงออกอุบายให้พวกตนส่วนหนึ่งไปทำทางดักหน้าที่บ้านหนองโรง แล้วให้ทำโคมไฟใหญ่พูกไว้ที่ปลายเสา ส่วนหนุ่มสำเภาสร้างทางมาถึง ดอนกลาง ในตอนดึก เห็นแสงโคมไฟของหนุ่มโพทอง นึกว่าเป็นเวลาใกล้สางแล้ว และระยะทางยังอีกยาวไกลกว่าจะถึงบ้านนางพิม จึงหมดกำลังใจทิ้งทางให้ขาดแค่ ดอนกลาง ส่วนหนุ่มโพทองก็ทำทางจนถึงบ้านนางพิม เฒ่าพันลึกจึงยกนางพิมให้กับหนุ่มโพทอง และอยู่ด้วยกันต่อมาอย่างมีความสุข

นิทานบ้านสามชุก

   วันหนึ่งผมนั่งเรือผ่าน บ้านสามชุก ก็เลยบุกตรวจงานย่านนั้นก่อน

หนองผักนาก สมาคมสหกรณ์ กิจการถาวรน่าชมครัน

ถนนยังกำลังสร้างอย่างฉุกละหุก จากสามชุกไปหนองผักนากนั่น

รถอื่นใดไม่มีไปทางนั้น เลยกัดฟันยอมสมัครปั่นจักรยาน

ขึ้นทางลัดตัดคันนามาสักพัก ต้องหักแฮนด์รถลงบุกพงผ่าน

กลับขึ้นไปตัดคันนาน่ารำคาญ ขึ้นลนลานหลุดันนาก็น่าดู

ข้างถนนสร้างใหม่ไม่ไกลนัก แจ้งประจักษ์ถนนเก่าเขายังอยู่

แต่ชำรุดทรุดล่มเป็นหล่มรู  มีแต่หมู่ละเมาะคลุมเป็นพุ่มไป

ฉงนใจไถ่ถามความผู้เฒ่า ซึ่งนำเราสู่ย่านหมู่บ้านใหญ่

ว่าถนนเก่านั้นเป็นฉันท์ใด จึงปล่อยให้รุงรังผุพังลง

ท่านผู้เฒ่าเล่ายุบลถนนนี้ กรณีเกี่ยวตำนานโบราณบ่ง

เป็นถนนเศรษฐกิจที่จำนง สร้างไปส่งขันหมากเหนื่อยยากมา

จึงผมสมใจปองขอร้องเฒ่า ให้แก่เล่าเรื่องหลังเหมือนดังว่า

เฒ่าก็เอื้อเฟื้อครันรับสัญญา ถึงเคหาแล้วจะเล่าเรื่องเก่าพลัน

ต่อจากนี้ขี่จักรยานจร ตัดดงดอนอ่อนใจก็ไม่พรั่น

ล่วงละเมาเลาะคันนามาด้วยกัน เหลือจะพรรณนาหมดของดที

เป็นอันว่ามาถึงซึ่งที่หมาย หมดงานหนักพักกายกันเต็มที่

ผมก็ขอพ่อเฒ่าเล่าคดี ที่ว่าเศรษฐีสร้างหนทางไว้

เมื่อก่อนเก่าเล่าว่าถิ่นท่านี้ เคยเป็นที่รวมสินค้าเป็นท่าใหญ่

ชาวป่าพาเกวียนลงจากพงไพร  ทางน้ำใช้นาวาคล่ำคลาครัน

ถ้าสินค้านั้นสมญาว่า ท่ายางพอถึงกลางฤดูแล้งน้ำแหล่งนั้น

เหือดแห้งหลายตอนขาดท่อนกัน เรือแพสัญจรมิได้ไร้ธารา

จึงต้องขนสิ่งของมากองไว้ บนหาดใหญ่คอยคนมาซื้อหา

พวกเดินทางมาถึงต้องพึ่งพา ภาชนะเก็บรักษาสินค้าไว้

ภาชนะนี้นามเรียก สามชุก ชาวบ้านยุคนั้นทำจากลำไผ่

บรรจุสรรพสินค้าซึ่งมาไกล เก็บอยู่ได้จนพ่อค้ามาหาซื้อ

สามชุกหรือกระชุก ในยุคนั้น  เกี่ยวข้องกันกับท่าที่เคยชื่อ

ว่าท่ายางลางเลือนเรียกใหม่คือ  สามชุกลือเรียกกันทุกวันนี้

ครั้นต่อมาท่านี้มีตลาด สินค้ากลาดเกลื่อนขายอยู่อึงมี่

เรียก สามเพ็ง เซ็งซ่าค้าขายดี  เป็นแหล่งที่ซื้อหาสินค้ากัน

นาม สามเพ็ง นั้นว่าเพี้ยนมาแต่ สามเพร่งแน่เรื่องราวเคยกล่าวขวัญ

ถึงสถานย่านตั้งตลาดนั้น คือถิ่นอันบรรจุครบสามทาง

ทางทิศเหนือทิศใต้เล่าไว้ว่า เรือพ่อค่ามาถนัดไม่ขัดขวาง

ทิศตะวันตกมาถึงท่ายาง  ใช้วัวต่างจนสินค้ามาพลัน

จึงรู้กันแต่นั้นมาสมญาแหล่ง ชื่อ สามแพร่ง สืบมามิช้าผัน

เป็น สามเพ็ง เรียกใหม่ไปตามกัน นามเก่านั้นเลยเปลี่ยนเสียงเพี้ยนไป

บ้าน สามชุก หมูโตดูโอ่โถง  บ้านหนองโรง เป็นอีกหมู่ซึ่งอยู่ใกล้

อำเภอสามชุกพาคนคลาใคล เที่ยวกันได้ทุกทิวาราตรีดล

บ้านหนองโรงนั้นมีเศรษฐีเฒ่า พันลึก คือนามเขาเฝ้าฝึกฝน

เกษตรกรรมทำมาหากินจน เกิดมรรคผลพัฒนาสถาพร

ลูกสาวขาวสวยนักมีลักยิ้ม นามหล่อน พิม เลืองชื่อลือกระฉ่อน

บุรุษรุ่นวุ่นหวังในบังอร ตอมกันว่อนหมายปองแม่น้องนวล

จึงในกลุ่มหนุ่มนี้มีหนุ่มสอง ซึ่งหวังครองน้องนางไม่ห่างหวน

หากใครพลาดขาดน้องต้องร้องครวญ โศกกำสรวญจวนจะตายวายชีวัน

หนุ่มสำเภาอยู่หมู่บ้าน ชัฎหวาย เป็นยอดชายสวยสมดูคมสัน

หนุ่มโพธิ์ทองอาศัยคาม สามเพ็ง นั้น นามสมกันกับชื่อโก้ว่า โพทอง

สองหนุ่มอ้อนวอนบิดาให้มาขอ ลูกสาวพ่อพันลึกแล้วทั้งสอง

เสนอสินสอดอวดรวยด้วยหมายครอง แต่พ่อพิมพลันลั่นวาจา

เงินทองของมั่นนั้นมากหลาย ข้าไม่หมายมุ่งมาดปรารภนา

ข้าก็มีพอเพียงเลี้ยงอาตมา แต่ใครรักลูกสาวข้ามากกว่ากัน

ข้าจะให้แข่งขันกันสร้างถนน จากบ้านตนตรงมาบ้านข้านั่น

ถนนเสร็จเมื่อใดใช้ร่วมกัน เป็นทางอันขนสินค้าพาเจริญ

จะได้เป็นเส้นทางระหว่างบ้าน ให้ลูกหลานรุ่นหลังนั่งสรรเสริญ

ว่าปู่ย่าตายายคิดก้าวเดิน นำบ้านเมืองดำเนินจำเริญชัย

หากผู้ใดสร้างทำสำเร็จก่อน จะยกพิมเนื้ออ่อนลูกเราให้

สร้างถนนคืนกับวันเท่านั้นไซร้ ให้สูงใหญ่สองศอกกว้างสามวา

บิดาของสองหนุ่มชื่นชุ่มจิต คะนึงคิดคะเนการณ์หวานละหวา

เรื่องขี้ผงคงสำเร็จสมเจตนา ต่างคนลารีบรุดบอกบุตรตัว

ทั้งสองชายหมายสู้ชิงชู้ชื่น คอยวันคืนคิดขยิ่มแย้มยิ้มหัว

หาวิธีสร้างถนนกมลรัว ก็เพราะกลัวเขาจะชิงยอกหญิงไป

เวลาแข่งขันนั้นก็พลันถึง สองฝ่ายจึงทุ่มสร้างหนทางใหญ่

ทั้งสูงกว้างอย่างกฎกำหนดไว้ คนวิ่งไขว่ทุบถมระดมงาน

ทั้งสองทางวางวิ่งช่วงชิงขยาย ตั้งแต่เช้าเข้าบ่ายวุ่นวายพล่าน

ถมถนนยืดยาวก้าวทะยาน คืบเข้าย่านพิมสุดาทุกนาที

พอค่ำลงถนนชายฝ่าย ชัฎหวาย ยืขยายย่างยาวก้าวเร็วรี่

เกินหน้าฝ่าย สามเพ็ง เจ๊งละซี  หวั่นทวี โพทอง หมองฤทัย

เห็นทีข้าท่าจะแพ้เสียแน่แล้ว ต้องวางแนวให้แน่เข้าแก้ไข

จึงแบ่งพลคนงานทะยานไป  ทำทางดักหน้าไว้ใกล้ หนองโรง

ให้พวกสร้างทางข้างหน้าเร่งหาหลัก จะได้ชักโคมไฟในที่โล่ง

ผูกไม้ไผ่ขึ้นผลันเหมือนคันโพง ใช้เชือกโยงโคมช่วงดังดวงดาว

แล้วให้เร่งสร้างทางที่ค้างต่อ ไม่รีรอคอยท่าท้องฟ้าขาว

ทาง สามเพ็ง ยิ่งเร่งยิ่งแบ่งยาว ตะบึงก้าวต่อทางข้างหน้าพลัน

ขอกล่าวบ้างทางด้าน บ้านชัฎหวาย ซึ่งหนุ่มชายนายสำเภาเขามุ่งมั่น

ก่อสร้างทางยางใหญ่มาไกลครัน ถนนยันเขตย่าน บ้านดอนกลาง

ใจระทึกดึกกำดัดสงัดโข เห็นโคม โพทอง โผล่เบื้องหน้าขวาง

คิดว่าดาวรุ่งขึ้นมาฟ้าเรืองราง สว่างขางหน้าถนนตามหมายไป

ให้หม่นหมองมองเขม้นใจเต้นตึก ประกายพรึกโผล่แวบลมแทบใส่

ทางถึงย่าน บ้านหนองโรง ก็ยังไกล ถึงคร่ำเคร่งเร่งเท่าใดก็ไม่ทัน

อนิจจาเอ๋ยเราจะเอาหน้า อวดพ่อตาเขาได้อย่างไรนั่น

โอ้พิมเอยกรรมพี่หนีไม่ทัน ต้องพรากกันเสียแล้วแม่แก้วใจ

ไม่ทันคิดพินิจความให้งามเงื่อน ส่งบ่าวเคลื่อนขบวนพลันด้วยหวั่นไหว

คืนชัฎหวายว้าวุ่นแสนขุ่นใจ ทิ้งทางให้ขาดตอนแค่ ดอนกลาง

กล่าวถึงนายโพทองสมองใส เร่งรีบสร้างถนนไปไม่ขัดขวาง

มิช้าก็ต่อกันทันรุ่งราง ถนนสร้างถึงบ้านท่านพ่อตา

ฝ่ายนายพันลึกนึกชื่นชอบ จึงประกอบการสมรสงดงานหน้า

ส่งหนุ่มสาวทั้งคู่สู่วิวาห์ อยู่กันมาวงศ์วานเต็มย่านไป

งานเสร็จสรรพผมกลับย่านมาทางเก่า แล้วก็เฝ้าสังเกตหาเหตุใหม่

บ้านหนองโรงมีซากหลุมเป็นกลุ่มใช้ อิฐก้อนใหญ่ก่อสร้างห่างห่างกัน

ท่านผู้เฒ่าจึงเล่าเรื่องเตานี้ คือเตาขนมจีนเศรษฐีพันลึกนั่น

ต้มขนมจีนใช้เนื่องในวัน วิวาห์อันเอ่ยยุบลแต่ต้นมา

ผมพินิจพิศดูเป็นครู่หนึ่ง คิดคะนึงถึงตำนานโบราณว่า

อดีตสมัยในยุคอยุธยา มีช่างมาตั้งเตาเผาถ้วยชาม

ประกอบกับสดับระบิลในถิ่นนี้  มีผู้ที่ไถพงขุดดงหนาม

ครั้นคราดไถได้พบเครื่องลายคราม จมอยู่ตามนาไร่ในย่านนี้

หลุมขนมจีนนี้เท่าที่เห็น มีช่างมาตั้งเตาเผาของเขาที่

สร้างขึ้นในเขตขัณฑ์สุพรรณบุรี เนิ่นนานปีจึงชำรุดทรุดโทรดไป

เครื่องลายครามชามชุดที่ขุดพบ สมบูรณ์ครบครันศึกษาน่าสงสัย

ช่างละม้ายคล้ายแบบสุโขทัย แล้วยุคใดเล่าชามสามชุกนี้

นี่คือข้อคิดประมวลส่วนตัวซึ่ง คิดลึกซึ้งยืนยันได้เต็มที่

เพียงสังเกตสังกามาอย่างดี ยิ่งทวีความสงสัยในใจครัน

จักรยานผ่านทางมากลางทุ่ง ผ่านบ้านมุงแฝกปรากฏอยู่ลดหลั่น

แล้วแล่นลิ่งมุ่งทิวพฤษานั้น หลบตะวันร้อนรนเหลือทนทาน

ครั้นข้ามทุ่งมุ่งมาก็ปรากฏ มีทางคดเคี้ยวล่องจากสองย่าน

สาหนึ่งสร้างจากสามชุกบุกทะยาน ไปสู่บ้านเศรษฐีมีสายเดียว

อีกสายหนึ่งนั้นตัดจากชัฎหวาย  ไปด้วยปลายบ้านดอยกลางหนทางเปลี่ยว

พยานปรากฎอยู่ดูได้เทียว สุดหน่วงเหนี่ยวค้านคำเก่าเขาเล่ามา
 

.............จบแล้วจร้า.............

" นิทานย่านสุพรรณ "
โดย สุภร ผลชีวิน ผู้ตรวจการสหกรณ์ สุพรรณบุรี (ปี 2522 - 2526)
 

กลับไปหน้า รวม ตำนาน-นิทาน เมืองสุพรรณ

รวม ตำนาน-นิทาน
เมืองสุพรรณ

ขุนช้าง-ขุนแผน
ท่าตาจวง
กำมะเชียร
นิทานบ้านเก้าห้อง
สองพี่น้อง บางแม่หม้าย
บ้านยุ้งทลาย
นิทานบ้านสามชุก
ย่างนกเขา-กับห่าเมืองอู่ทอง
นิทานกระเหรี่ยงตะเพินคี่
ต้นตาลน้อยกว่าเมืองเพชรบุรี
วังตาเพชร
ลายเพชร-พลายบัว
บ้านพลูหลวง
วัดสำปะซิว
เขาชานหมาก
บ้านทึง


Last modified: 15/08/14
Copy  Right © 2545

จังหวัดสุพรรณบุรี | สถานที่ท่องเที่ยว | ที่พัก-รีสอร์ท | ร้านอาหาร แผนที่ | การเดินทาง | Other | Suphan Gallery